Optivision (ออพทิวิชั่น) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประกอบด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารสกัดจากพืชหลายชนิด ซึ่งมีบทบาททางโภชนาการต่อการทำงานตามปกติของร่างกายและสุขภาพดวงตา ผลิตภัณฑ์อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลด้านโภชนาการในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถทดแทนการรับประทานอาหารที่ครบถ้วนสมดุล และไม่ควรใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาโรคทางตา หากมีอาการผิดปกติของการมองเห็น ตาแห้ง ตาล้า หรืออาการทางตาที่ต่อเนื่องหรือรุนแรง ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและรับคำแนะนำที่เหมาะสม
Optivision คืออะไร?
Optivision (ออพทิวิชั่น) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประกอบด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารสกัดจากพืชหลายชนิด โดยมีสารอาหารที่มีบทบาทต่อการทำงานตามปกติของร่างกายและสุขภาพดวงตา เช่น วิตามินเอ วิตามินซี สังกะสี ซีลีเนียม และสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิด
ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยสารสกัดจากพืช เช่น บิลเบอร์รี่ ลูทีนจากดอกดาวเรือง ใบแป๊ะก๊วย โกจิเบอร์รี่ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น และสารสกัดจากชาเขียว รวมถึงสารอาหารอื่น ๆ เช่น ทองแดง และกรดอัลฟาไลโปอิก ทั้งนี้ สูตรและปริมาณของส่วนประกอบแต่ละชนิดควรพิจารณาตามข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายจริง
สารอาหารบางชนิดมีบทบาททางโภชนาการต่อการทำงานตามปกติของการมองเห็น ตัวอย่างเช่น วิตามินเอมีส่วนช่วยในการคงไว้ซึ่งการมองเห็นตามปกติ ขณะที่สังกะสีมีส่วนช่วยในการคงไว้ซึ่งการมองเห็นตามปกติ อย่างไรก็ตาม การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกัน รักษา หรือทดแทนการรักษาโรคทางตาได้
Optivision มีประโยชน์อย่างไร?
Optivision มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแหล่งเสริมสารอาหารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารจากพืชที่เกี่ยวข้องกับการทำงานตามปกติของร่างกายและดวงตา
การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรพิจารณาร่วมกับการรับประทานอาหารที่หลากหลายและสมดุล รวมถึงพฤติกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพดวงตา เช่น การพักสายตาเป็นระยะเมื่อใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน และการตรวจสุขภาพตาตามความเหมาะสม
ปัจจุบันอาการตาล้า ตาแห้ง หรือไม่สบายตาจากการใช้หน้าจอเป็นเวลานานอาจมีสาเหตุหลายประการ การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงไม่ควรนำมาใช้แทนการประเมินสาเหตุหรือการรักษาโดยจักษุแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ
ส่วนประกอบสำคัญ
ส่วนประกอบที่ระบุในข้อมูลของผลิตภัณฑ์ ได้แก่
- สารสกัดบิลเบอร์รี่ (Bilberry)
- ลูทีนจากดอกดาวเรือง (Lutein)
- สารสกัดใบแป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba)
- สารสกัดโกจิเบอร์รี่ (Goji berry)
- สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape seed extract)
- สารสกัดจากชาเขียว (Green tea extract)
- วิตามินเอ
- วิตามินซี
- สังกะสี
- ซีลีเนียม
- ทองแดง
- กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha-lipoic acid)
วิตามินและแร่ธาตุแต่ละชนิดมีหน้าที่ทางโภชนาการแตกต่างกัน และสารสกัดจากพืชอาจมีสารออกฤทธิ์หลายประเภท ดังนั้น การพิจารณาความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ควรอ้างอิงปริมาณสารอาหารต่อหนึ่งหน่วยบริโภคและข้อมูลบนฉลากเป็นหลัก
มาตรฐานการผลิต
ตามข้อมูลที่ระบุ ผลิตภัณฑ์ผลิตภายใต้ระบบมาตรฐานด้านการผลิตและความปลอดภัยของอาหาร เช่น GMP, GHPs/HACCP, ISO 22000, FSSC 22000 และ HALAL
ทั้งนี้ มาตรฐานการผลิตเป็นข้อมูลเกี่ยวกับระบบควบคุมกระบวนการผลิตและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์มีประสิทธิผลในการป้องกันหรือรักษาโรคทางตา
ผลิตภัณฑ์มีการระบุว่าได้รับการจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทยตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรตรวจสอบเลขสารบบอาหารและข้อมูลบนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายจริงก่อนบริโภค
วิธีรับประทาน Optivision
ข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์ระบุให้รับประทาน วันละ 1 แคปซูล พร้อมหรือหลังอาหาร หรือให้ใช้ตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์รุ่นที่จำหน่ายจริง
ไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่ระบุบนฉลาก หากมีโรคประจำตัว รับประทานยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะเมื่อมีส่วนประกอบที่อาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย
รูปแบบบรรจุภัณฑ์และการเก็บรักษา
Optivision บรรจุในรูปแบบแผง (Blister) โดย 1 แผงบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลมีลักษณะสีขาวขุ่น
อายุผลิตภัณฑ์ระบุไว้ที่ 2 ปีนับจากวันที่ผลิต โดยควรตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ก่อนใช้ และเก็บรักษาตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ราคา Optivision
ข้อมูลที่ให้มาระบุราคา 990 บาทต่อกล่อง บรรจุ 10 แคปซูล อย่างไรก็ตาม ราคาจำหน่ายอาจแตกต่างกันตามช่องทางและช่วงเวลาการจำหน่าย จึงควรตรวจสอบราคาจากแหล่งจำหน่ายอย่างเป็นทางการก่อนสั่งซื้อ
ข้อควรรู้
Optivision เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา และไม่ควรใช้เพื่อวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรคทางตา หากมีอาการตามัว เห็นภาพผิดปกติ ปวดตา ตาแดงอย่างต่อเนื่อง หรืออาการทางตาที่เป็นมากขึ้น ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่เหมาะสม
การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรใช้ร่วมกับการรับประทานอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแทนอาหารหลักหรือการรักษาที่แพทย์แนะนำ



